Happy Gilmore 2

Happy Gilmore 2 คือการกลับมาที่ทั้งเซอร์ไพรส์และเต็มไปด้วยพลังบ้าระห่ำของหนึ่งในตัวละครสุดคลาสสิกจากยุค 90 อย่าง “แฮปปี้ กิลมอร์” นักกอล์ฟจอมเถื่อนผู้เปลี่ยนสนามหญ้าเรียบๆ ให้กลายเป็นสนามแข่งสุดเดือด ที่ไม่เคยมีในคู่มือของสมาคมกอล์ฟไหนๆ การกลับมาครั้งนี้ แฮปปี้ไม่ได้มาเล่นๆ เขามากับแรงแค้น มุกตลกเฉียบคม และไม้กอล์ฟที่พร้อมจะหวดใส่ทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นลูกกอล์ฟหรืออีโก้ของคู่แข่ง ภาคต่อครั้งนี้ยังได้สานต่อบรรยากาศเก่าแบบที่แฟนๆ คิดถึง พร้อมใส่กลิ่นอายใหม่ๆ เข้าไปอย่างลงตัว ทั้งจากตัวละครหน้าใหม่ที่เข้ามาเขย่าวงการ และชีวิตส่วนตัวของแฮปปี้ที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดอีกต่อไป

Happy Gilmore 2

เรื่องย่อ Happy Gilmore 2

เวลาผ่านไปกว่า 25 ปี แฮปปี้ กิลมอร์ กลายเป็นตำนานในโลกของกอล์ฟ…แต่ชื่อเสียงนั้นไม่ได้อยู่กับเขาตลอดไป เมื่อมีนักกอล์ฟรุ่นใหม่ไฟแรง “เทรย์ ฟิงเกอร์ส” ลูกชายของคู่ปรับเก่าอย่าง “ชูตเตอร์ แม็คกาวิน” เข้ามาแย่งแสงสปอร์ตไลต์ไปพร้อมกับพูดดูถูกสไตล์การเล่นของแฮปปี้แบบเจ็บแสบ แฮปปี้ที่ตอนนี้หันไปเป็นโค้ชกอล์ฟสมัครเล่นในชุมชนเล็กๆ เริ่มรู้สึกถึงไฟที่เคยมีในตัวเองอีกครั้ง

ในขณะที่เขากำลังพยายามปรับตัวกลับสู่เวทีการแข่งขัน เขาต้องต่อสู้ทั้งกับอายุที่มากขึ้น ร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม และความกลัวลึกๆ ที่เขาไม่เคยยอมรับ แฮปปี้จึงต้องเรียกตัวละครรุ่นเก่าอย่าง ชับส์ (ผ่านการเล่าเรื่องและความทรงจำ), อดีตเพื่อนร่วมสนาม และมิตรภาพเก่าๆ มาช่วยฟื้นคืนจิตวิญญาณนักสู้ในตัวอีกครั้ง เข้าสู่ศึกแข่งขันรายการพิเศษที่มีชื่อว่า “The Legends Cup” ที่จะพิสูจน์ว่า ตำนาน…ยังไม่จบ

Happy Gilmore 2 คือการกลับมาที่ทั้งเซอร์ไพรส์และเต็มไปด้วยพลังบ้าระห่ำของหนึ่งในตัวละครสุดคลาสสิกจากยุค 90 อย่าง “แฮปปี้ กิลมอร์”

รีวิว
Happy Gilmore 2ทำในสิ่งที่ภาคต่อมักทำพลาด นั่นคือ “การพยายามมากเกินไป” ต่เรื่องนี้กลับพอดีและมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รักษาไว้ได้อย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่หนังตลกที่เอาแต่มุกเดิมมาเล่าใหม่ แต่เลือกใช้มุกเก่าอย่างมีจังหวะ พร้อมกับสร้างมุกใหม่ที่เหมาะกับโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการล้อเลียนโซเชียลมีเดีย, การตลาดในวงการกีฬา และความ “จริงจังเกินไป” ของนักกอล์ฟยุคใหม่

Adam Sandler ยังคงถ่ายทอดแฮปปี้ในแบบที่เราคุ้นเคย ทั้งโผงผาง จริงใจ บ้าบิ่น และเปราะบางอย่างเงียบๆ ในขณะเดียวกัน ตัวละครรุ่นใหม่อย่างเทรย์ ฟิงเกอร์ส กลายเป็นแรงชนชั้นดีในแง่พลังการแสดงและความสดที่เข้ามาเขย่าหนังทั้งเรื่องได้อยู่หมัด ความสัมพันธ์ระหว่างแฮปปี้กับตัวละครเหล่านี้ทั้งดึงดูดและสะเทือนอารมณ์ ทำให้หนังไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกอล์ฟหรือมุกตลก แต่มันพูดถึง “การแก่ตัว” “การเปลี่ยนแปลง” และ “คุณค่าของการยอมรับตัวเอง” ได้อย่างแหลมคม

แม้บางช่วงของหนังจะเดินช้าไปบ้าง โดยเฉพาะฉากที่เน้นดราม่ามากกว่าความตลก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ภาพยนตร์ก็พาเราไปถึงจุดที่ผู้ชมจะลุกขึ้นยืนและยิ้มได้ ไม่ใช่เพราะแฮปปี้ชนะการแข่งขันหรือไม่ แต่เพราะเขาชนะใจตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

เรียบเรียงโดย : ฝากขั้นต่ำ100

** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** ** **

Recommended Articles