Midsommar ภาพยนตร์ที่มีดีมากกว่าความสั่นประสาท

ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่คอหนังหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอกัน ซึ่งนอกจาก Parasite ที่เป็นกระแสไปทั่วโลกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นภาพยนตร์ดราม่า ทริลเลอร์ Midsommar นั่นเอง ผู้กำกับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Ari Aster ผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ฝากฝีมือจนคนลืมไม่ลงในเรื่อง Hereditary แต่สำหรับเรื่องล่าสุดที่มีฉากหลังสว่างสดใสนั้นเขาทำให้เกิดความน่ากลัวได้อย่างไรลองไปติดตามกัน

เรื่องย่อ Midsommar

แดนี่และคริสเตียน คู่รักวัยรุ่นอเมริกันที่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใกล้จะล่มสลาย แต่โศกนาฏกรรมของครอบครัวทำให้ทั้งคู่ยังต้องอยู่ด้วยกัน และนั่นก็ทำให้แดนี่ผู้ที่กำลังโศกเศร้า พาตัวเองติดสอยห้อยตามคริสเตียนและเพื่อนๆของเขาเพื่อออกทริปไปยังเทศกาลฤดูร้อนที่ 90 ปี จะจัดขึ้นครั้งนึง ณ หมู่บ้านอันห่างไกลในประเทศสวีเดน การเริ่มต้นวันหยุดฤดูร้อนในดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่มีวันตกที่เป็นดั่งสวรรค์ กลับกลายเป็นเรื่องสั่นประสาทเมื่อผู้มาเยือนได้รับเชิญจากชาวบ้านให้ร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาล

midsommar

รีวิว

ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยดู Hereditary มาก่อน เพราะไม่ถูกโรคกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญเท่าไหร่ เราก็เลยไม่รู้ว่าในเรื่องนั้นฝีมือของ Ari Aster เป็นยังไงบ้าง แต่เรื่องนี้ขอบอกเลยว่าเยี่ยมมากจริงๆ เรายังไม่เคยดูหนังเขย่าขวัญที่มีฉากหลังในการดำเนินเรื่องอยู่ในความสว่างแบบนี้มาก่อน และก็ไม่รู้ด้วยว่าเคยมีเรื่องไหนทำแบบนี้แล้วบ้าง พูดถึงความปั่นประสาทก่อนเลย แค่เริ่มเรื่องมามีเสียงร้องเพลงเราก็รู้สึกได้ถึงเค้าลางความหายนะแล้ว เพลงมันชวนให้รู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้ ทั้งเสียงที่แหลมสูงเราก็เลยรู้สึกว่ามันรบกวนเรามากๆ พูดถึงในส่วนของเนื้อเรื่องฉากที่ยังติดตาเราก็น่าจะเป็นฉากโศกนาฏกรรมครอบครัวของแดนี่กับฉากจบเรื่องนั่นแหละ ตอนจบมันเป็นอะไรที่พีคมากสำหรับเราแต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น เรียกได้ว่าเป็นจุดจบที่สมบูรณ์แบบเลยทั้งในแง่ของเนื้อเรื่องและความสัมพันธ์ต่างๆที่ดำเนินมาตลอด

ส่วนในเรื่องของฝีไม้ลายมือ Ari Aster นี่กินขาดจริงๆ สมกับที่ได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes สูงขนาดนี้ เราไม่คิดเลยว่าเขาจะทำให้หนังที่มีฉากสว่างๆประกอบกับสีสันสวยงามพาสเทลกลายเป็นหนังที่ชวนปั่นประสาทได้ขนาดนี้ แถมยังทำรีเสิร์ชเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมได้ดีเลยทีเดียว เห็นเขาบอกว่าเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์อกหักของตัว Ari เองด้วย และหลังจากที่ได้เห็นความสามารถของผู้กำกับในเรื่องนี้แล้วทำให้เราอยากลองดู Hereditary เลย เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้ดูก็จะมาเขียนรีวิวให้อ่านกัน

เรายังไม่ได้พูดถึงนักแสดงเลย สำหรับ Jack Reynor เรารู้จักเขาจากเรื่อง Sing Street แจ็ครับบทเป็นพี่ชายของคอร์เนอร์ ซึ่งในเรื่องนั้นเขาแสดงได้ดีทีเดียว เรื่องนี้ได้รับบทนำเต็มตัวและก็ทำให้ไม่ผิดหวังเลย ทั้งซีนอารมณ์ สายตา ทุกอย่างทำให้เราคล้อยตามได้ แต่สำหรับนางเอกของเรื่อง Florence Pugh เรายังไม่เคยดูผลงานของเธอแต่เรื่องนี้เล่นซะเราเจ็บปวดตามไปด้วย ร้องไห้ได้สุดๆไปเลยเธอคนนี้ แถมตอนจบนะ ได้ใจเราไปเลย

สรุปแล้วให้คะแนน 8/10 ไปเลยสำหรับเรื่องนี้ อ้อ ลืมบอกไปว่าตัวหนังได้เรต 20+ ในบ้านเราแหละ มันมีฉากแหวะอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้รุนแรงจนได้รับเรตนี้ สาเหตุที่ได้เราว่าน่าจะมาจากฉากเซ็กส์ในเรื่อง ซึ่งจะเป็นยังไงก็ลองไปดูกันเองดีกว่า ตอนนี้ในโรงก็ยังมีรอบเหลืออยู่นะ อาจจะรอบไม่เยอะแต่ก็น่าจะกระจายๆอยู่ทั่วประเทศ ใครยังไม่ดูอยากให้ไปลอง มิติใหม่ของหนังทริลเลอร์เลยล่ะ